Don’t Fear Failure — อย่ากลัวความล้มเหลว…

จริงๆ แล้ว เรากลัวความล้มเหลว? หรือเรากลัวผลกระทบที่ตามมาจากความล้มเหลว?

**บทความนี้ถูกเผยแพร่ครั้งแรกที่ medium.com/@watchanon.wcn เมื่อ 27 กันยายน 2560 คลิกที่นี่เพื่ออ่านบทความต้นฉบับ


Source : http://farm4.staticflickr.com/

“ความล้มเหลว”

มีใครไม่เคยทำอะไรผิดพลาดบ้าง?

ไม่ว่าจะเรื่องเล็ก หรือเรื่องใหญ่
ทุกคนต้องเคยตัดสินใจพลาด
ใช้อารมณ์ ไม่คิดไตร่ตรองก่อนพูด..
หรือมีเหตุการณ์ในทำนองดังกล่าว

เราทุกคนต่างเคยทำอะไรผิดพลาด..

ความผิดพลาด
เกิดจากการที่ทำสิ่งใดหนึ่ง
แล้วเกิดผลลัพธ์ที่ไม่ตรงตามที่คาดหวังไว้
เกิดผลกระทบ จนอาจนำไปสู่ความล้มเหลว

เราทุกคนต่างก็ไม่อยากล้มเหลว..

ความล้มเหลว เป็นสิ่งที่เราทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้น
ถึงขนาดหาวิธีต่างๆ เพื่อที่จะไม่ให้เกิดความล้มเหลว
จนถึงขั้นเลิกคิด เลิกที่จะทำสิ่งๆ นั้น ไปเลย..
ซึ่งจะนำไปสู่ การกลัวความล้มเหลว


Source : http://www.brianmccarthy.es

“กลัวความล้มเหลว?”

จริงๆ แล้ว เรากลัวความล้มเหลว?
หรือเรากลัวผลกระทบที่ตามมาจากความล้มเหลว?

หลายๆ คน กลัวความล้มเหลว
จึงเลือกที่จะไม่ทำอะไรซะเลย..
เพื่อที่จะได้ไม่เกิดความล้มเหลว

การกลัวความล้มเหลวนั้น
เกิดจากการที่เรายึดติดกับอัตตาตัวตนมากเกินไป
ไม่ยอมให้ตัวเองผิดพลาดบ้าง..
เพื่อจะได้เรียนรู้ เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากมัน

อัตตาตัวตน คือสิ่งที่ถูกสมมุติขึ้นจากคนภายนอก
เพื่อที่จะสร้างกรอบให้กับคนๆ นั้น
ว่าเขาเป็นใคร? ทำอะไร?
และทะเยอทะยานไปสู่อัตตาตัวตนที่มากขึ้น

สุดท้าย อัตตาตัวตนจะทำให้คนๆ นั้น
มีความรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบต่ออัตตาตัวตน

หมอ.. มีหน้าที่รักษาคนไข้
หมอ.. มีความรับผิดชอบในการทำให้คนไข้หายป่วย
นี่คืออัตตาตัวตนของคนๆ หนึ่ง ที่มีอาชีพเป็นหมอ

หมอ.. ที่อยากรักษาคนไข้ให้หายป่วยได้ทุกคน
ไม่ว่าจะมาจากโรคภัยไข้เจ็บใดๆ ก็ตาม..
นำไปสู่การมีอัตตาตัวตนที่มากขึ้น

เมื่อมีอัตตาตัวตนมากขึ้น
ความรับผิดชอบก็มากขึ้น..
ความคาดหวังในการทำสิ่งนั้นให้สำเร็จก็มากขึ้นเช่นกัน
จึงก่อให้เกิดเป็นความกลัวขึ้นในจิตใจ

กลัว.. ที่จะรักษาคนไข้ไม่ได้
กลัว.. คนไข้จะเสียชีวิต
กลัว.. ที่จะเสียชื่อเสียงที่ตนสั่งสมมา

จนสุดท้าย
กลัว.. ความล้มเหลวที่จะเกิดขึ้น
จนไม่กล้าที่จะรักษาคนไข้

หากเรามีอัตตาตัวตนแล้ว
ความคาดหวังในสิ่งนั้นก็จะเกิดขึ้น
เมื่อมีความคาดหวังแล้ว
ก็จะทำให้เกิดการกลัวความล้มเหลวตามมา

หรือจริงๆ แล้ว เราไม่ได้กลัวความล้มเหลว
แต่เรากลัวผลกระทบที่จะตามมากับความล้มเหลว?

ถ้าหากความล้มเหลวไม่มีผลกระทบ
แล้วคุณกล้าที่จะล้มเหลวหรือไม่?


Source : http://sayaajarkan.com

“เลิกกลัวความล้มเหลว”

ทุกคนมีโอกาสที่จะล้มเหลว
คนที่ไม่เคยล้มเหลวคือคนที่ไม่ทำอะไรเลย..

เมื่อเข้าใจแล้วว่า การกลัวความล้มเหลว
เกิดจากการยึดติดกับอัตตาตัวตนที่มากเกินไป..
ดังนั้นแล้ว เราจึงควรปล่อยวาง

ปล่อยวาง.. กับอัตตาตัวตนที่มีอยู่
ปล่อยวาง.. กับความคาดหวัง
ปล่อยวาง.. กับการกลัวความล้มเหลว
และกล้า.. ที่จะทำสิ่งนั้น

เมื่ออัตตาตัวตนลดน้อยลง
ความคาดหวังก็ลดน้อยลงตามเช่นกัน..
ความล้มเหลวก็จะไม่เกิดขึ้น

หมอ.. ที่อยากรักษาคนไข้ทุกคนให้หายป่วยจากทุกโรค
แต่กลับกลัวความล้มเหลวจากการรักษาของตน..
จนไม่กล้าที่จะรักษาคนไข้

ถ้าหมอ ได้ปล่อยวางอัตตาตัวตนดูบ้าง
ลองจินตนาการว่าหมอ เป็นเพียงแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง..
ที่มีความรู้ความสามารถในการรักษาโรคได้
หมอ ก็จะไม่มีความรับผิดชอบต่ออัตตาตัวตนที่ถูกสมมุติขึ้น

ลองปล่อยวาง แล้วเข้าใจโลกมากขึ้น
แล้วหมอจะเข้าใจว่าตนก็ไม่ใช่ผู้วิเศษอื่นใด..
ที่จะสามารถทำให้คนไม่ตายได้
มนุษย์ต่างก็หนีไม่พ้นการเกิด แก่ เจ็บ ตาย กันทั้งสิ้น

เมื่อปล่อยวางได้แล้ว..
ก็อย่าลืมที่จะทำสิ่งนั้นให้สำเร็จ

แต่ใช่ว่าความกลัวความผิดพลาดจะมีแต่โทษเพียงอย่างเดียว
ลองใช้ความกลัวที่มีให้เกิดประโยชน์

หากใช้ความกลัวในระดับที่พอเหมาะ
จะทำให้เราคิดหาทางป้องกัน แก้ไข..
และลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น

แต่ถ้าหากใช้ความกลัวมากเกินไป
จะทำให้เราล้มเลิกการทำสิ่งนั้น..
เพียงเพราะกลัวผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

เปรียบกับการข้ามถนน
ถ้าหากคุณกลัวการถูกรถชนจากการเดินข้ามถนน
คุณจะไม่เดินข้ามถนนเลย (หรือข้ามแต่ต้องมีผู้อื่นด้วย)
นั่นคือคุณกลัวจนล้มเลิกในการทำสิ่งนั้น..

แต่ถ้าหากคุณใช้ความกลัวในระดับที่พอเหมาะ
คุณจะกล้าเดินข้ามถนน แต่คุณจะระวังมากขึ้นกว่าเดิม..
มองซ้าย มองขวา 2–3 รอบ เพื่อเพิ่มความมั่นใจก่อนเดินข้าม

นี่คือการใช้ความกลัวให้เกิดประโยชน์..
ในการป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น

ถ้าคุณทำสิ่งนั้นแล้ว ผลลัพธ์ที่ออกมาคือความล้มเหลว
คุณก็แค่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น..

การที่คุณล้มเหลว
นั่นหมายความว่า คุณได้เลิกกลัว และทำสิ่งๆ นั้นไปแล้ว..
ซึ่งย่อมดีกว่าการที่คุณไม่ทำอะไรเลย แล้วกลัวแต่สิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น

ทุกคนมีโอกาสที่จะล้มเหลว
คนที่ไม่เคยล้มเหลวคือคนที่ไม่ทำอะไรเลย..

คุณมีโอกาสที่จะผิดพลาด
โอกาสที่จะล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า..

แต่สิ่งที่คุณควรจะทำมากที่สุด
คือการเรียนรู้จากความล้มเหลวนั้นๆ และก้าวต่อไป..
ไม่ใช่การใช้ชีวิตอยู่กับการกลัวที่จะล้มเหลว จนไม่ทำอะไรเลย

หรือเมื่อความล้มเหลวเกิดขึ้นแล้ว..
คุณไม่กล้าที่จะลุกขึ้นเดินต่อไป เพราะกลัวที่จะล้มเหลวอีกครั้ง

เราทุกคนย่อมมีการทำผิดพลาดกันบ้าง
No one’s perfect. ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ 100% ในโลกนี้..

คุณเพียงแค่ล้มเหลวกับสิ่งที่คุณทำ
แต่คุณไม่ได้ล้มเหลวกับการใช้ชีวิตต่อไป..
ให้คิดเอาไว้ว่าความล้มเหลว คือโอกาสให้เราเริ่มต้นใหม่

สุดท้ายแล้ว..
ความกล้าที่จะล้มเหลว จะนำทางไปสู่ความสำเร็จ


หมายเหตุจากผู้เขียน :

บทความ “Don’t Fear Failure” นี้เป็นงานชิ้นหนึ่งในรายวิชา ID202 CONCEPT AND DESIGN INNOVATION ซึ่งคอนเซ็ปต์ของงานชิ้นนี้คือ “ตอบคำถามในสิ่งที่ไม่คุ้นชิน” โดยให้นิสิตแต่ละคนตั้งคำถามเอง และให้ทำคู่มือเพื่อตอบคำถามนั้น โดยคู่มือนั้นต้องเชื่อมโยงกับเนื้อหาในหนังสือ ‘OSHO พลังสร้างสรรค์’ ด้วย

บทความนี้เกิดมาจากการอ่านเนื้อหาจากหลากหลายแหล่งข้อมูล และนำมาเรียบเรียงด้วยตนเอง ซึ่งอาจมีภาษาคล้ายหรือใกล้เคียงกับต้นฉบับบ้าง ผมจึงขอขอบพระคุณแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เหล่านั้นด้วยครับ (และขออภัยจริงๆ ที่ผมไม่ได้เก็บลิงก์ไว้ T_T)

ปล. คำถามที่ทำให้เกิดคู่มือ (บทความ) นี้คือ .. “ถ้าความผิดพลาดเป็นบทเรียน ดังคำกล่าวที่ว่า ‘เรียนรู้จากความผิดพลาด’ แล้วทำไมคนเราถึงกลัวความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นจากตนเอง?”

 

ภาพปกจาก : https://seanwes.com/