คอนเซ็ปต์ “ABCD” — Digital Business Model โมเดลที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับการคิดและวางแผนการทำธุรกิจดิจิทัล
นี่เป็นคลาสแรกสำหรับวิชา CB423 Entrepreneurship and Innovation ของนิสิตชั้นปีที่ 4 วิชาเอกการจัดการธุรกิจไซเบอร์ โดยอาจารย์สรโชติ อำพันวงษ์ ที่เป็นอาจารย์ประจำวิชานี้ ได้เชิญคุณกิตติ พรศิวะกิจ หรือพี่กิต ปัจจุบันเป็น CEO ของบริษัท Kit Development มาพูดคุยบรรยายในหัวข้อ Digital Entrepreneur ให้กับเหล่านิสิตได้ฟังกัน
**บทความนี้ถูกเผยแพร่ครั้งแรกที่ medium.com/@watchanon.wcn เมื่อ 8 กันยายน 2560 คลิกที่นี่เพื่ออ่านบทความต้นฉบับ
Introduction
ปัจจุบันพี่กิตเป็นผู้ประกอบการทั้งหมดประมาณ 12 ธุรกิจ โดยที่พี่กิตเองมี Passion ที่จะทำโรงแรม และพี่กิตเองยังเชี่ยวชาญในด้านการเขียนโปรแกรมอีกด้วย ซึ่งพี่กิตก็ได้นำมาประยุกต์ใช้ในการประกอบธุรกิจโรงแรมของตัวเองด้วยเช่นกัน

Global Megatrend
พี่กิตเล่าถึงการทำธุรกิจของตัวเอง ซึ่งถ้าในอนาคตนิสิตจะไปทำธุรกิจหรือสตาร์ทอัพ ควรที่จะศึกษาเทรนด์โลกก่อน ซึ่งพี่กิตได้แนะนำเทรนด์ดังกล่าวทั้งหมด 5 เทรนด์ ได้แก่
- Aging Society: สังคมผู้สูงอายุ
- BRICS Power: ประเทศ 5 ประเทศที่จะเป็นมหาอำนาจ ได้แก่ บราซิล (Brazil) รัสเซีย(Russia) อินเดีย (India) จีน (China) และแอฟริกาใต้ (South Africa)
- Creativity & Design: การใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปในทุกๆ สิ่ง
- Disruptive Innovation: ธุรกิจใหม่ที่ใช้นวัตกรรมเข้ามาจับตลาดล่างของธุรกิจเดิม หรือ disrupt ธุรกิจเดิม
- ECO Green & Lean: การลดขั้นตอนทางธุรกิจ

Business Concept
พี่กิตเล่าถึงวิธีคิดธุรกิจ โดยยกธุรกิจของตัวเองเป็น Case Study โดยใช้ 5P ในการเล่าถึงคอนเซปต์ของธุรกิจตัวเอง โดยคอนเซปต์ 5P จะคล้ายกับ 4P ที่เราคุ้นเคยกัน ได้แก่
- Product: สินค้า
- Prosumer: กลุ่มลูกค้า โดยมาจากคำว่า Producer + Consumer คือการที่ลูกค้ามีส่วนร่วมในกระบวนการผลิต เพื่อพัฒนาสินค้าให้ดีขึ้น
- Place: สถานที่ ช่องทางจำหน่าย
- Promotion: ช่องทางในการทำโปรโมชั่น หรือ IMC
- Platform: แพลตฟอร์มที่ใช้ในการทำธุรกิจ
และพี่กิตยังเล่าถึงกลยุทธ์ของตัวเองในการทำธุรกิจต่างๆ ยกตัวอย่างธุรกิจรังนกของพี่กิต พี่กิตเล่าว่ามีอยู่ช่วงหนึ่งที่ประเทศจีน Ban ไม่รับรังนกจากประเทศอื่น ทำให้ไม่สามารถส่งรังนกออกไปขายได้ ทำให้ธุรกิจรังนกส่วนใหญ่ค่อยๆ ปิดกิจการลง แต่พี่กิตนั้นเลือกที่เปิดกิจการต่อ และใช้กลยุทธ์ในการพัฒนาสินค้า รวมถึงกระบวนการผลิตต่างๆ เพื่อที่จะรอเวลาที่จะหายวิกฤติ และยังหาช่องทางในการจำหน่ายสินค้าช่องทางอื่นเพิ่มเติมอีกด้วย
Digital Entrepreneur
มาถึงหัวข้อสำคัญของคลาสนี้ โดยพี่กิตได้บรรยายถึง Digital Business Model ABCD ที่พี่กิจบอกว่า มีแนวคิดมาจากการลงโฆษณา Facebook Ads ที่พี่กิตได้ไปสัมมนาในงาน Startup Ready ที่ผ่านมา

Digital Business Model ABCD
จะเห็นได้ว่า มีวงกลมใหญ่ 4 วงทับซ้อนกันอยู่ โดยส่วนที่ทับซ้อนกันมากที่สุดและอยู่ตรงกึ่งกลาง คือ Digital Business โดยในแต่ละวงจะหมายถึง Skills ได้แก่
- A — Art & Creativity: ศิลปะ และความคิดสร้างสรรรค์
- B — Business Vision: แนวคิดธุรกิจ
- C — Communication: การสื่อสาร
- D — Digital Innovation: นวัตกรรมดิจิทัล
ซึ่งทั้ง 4 วงนี้มีความเกี่ยวข้องกันทั้งหมด และทั้งหมด 4 วง ไม่จำเป็นต้องอยู่ในคนๆ เดียวกัน ถ้าหากเราขาดวงใดวงหนึ่ง เราสามารถพัฒนาตัวเองในด้านที่ขาด โดยดูจาก Knowledge และ Skills ของเรา หรือจะหาคนอื่นที่เชี่ยวชาญในด้านที่ขาด เพื่อให้วงกลมนี้เชื่อมต่อกันและสมบูรณ์ และพี่กิตยังบอกอีกว่า ธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จนั้น ต้องมีอย่างน้อยที่สุด 2 วง หรือ Cross 2 Skills แล้วจะเกิดสิ่งใหม่ที่มูลค่ามากขึ้น เช่น
- A ศิลปะ + D ดิจิทัล = Interactive & Multimedia สื่อในรูปแบบดิจิทัล
- A ศิลปะ + C การสื่อสาร = Branding การสร้างแบรนด์
- C สื่อสาร + B ธุรกิจ = Content & Storytelling คอนเทนต์เพื่อให้คนเข้าถึงธุรกิจ
- B ธุรกิจ + D ดิจิทัล = AI & Data Sciences การใช้ดิจิทัลเข้ามาช่วยทำธุรกิจ
และยังมีการ Cross Skill อีกหลายรูปแบบ อ้างอิงจากรูปประกอบด้านบน ซึ่งคอนเซ็ปต์ Digital Business Model ABCD นี้นั้น สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับการคิดและวางแผนการทำธุรกิจดิจิทัล
ระหว่างการบรรยาย พี่กิตได้พูดถึงประสบการณ์ตัวเองในการคิดธุรกิจ การทำธุรกิจ รวมทั้งพูดถึงอนาคตของธุรกิจอย่าง AI ที่กำลังจะเข้ามา และ Thailand 4.0 โดยพี่กิตได้พูดถึงอนาคตที่หุ่นยนต์อัตโนมัติจะเข้ามาแทนคนในงานด้านอุตสาหกรรมและบริการ รวมถึงยังกล่าวทิ้งท้ายให้กับเหล่านิสิตไว้อีกว่า…
“เวลาเรียนจบไป คู่แข่งของเราอาจไม่ใช่คน แต่อาจจะเป็นหุ่นยนต์”

